หนุนใช้สมาร์ทการ์ดแม่และเด็ก

หนุนใช้สมาร์ทการ์ดแม่และเด็ก

หนุนใช้สมาร์ทการ์ดแม่และเด็ก กรมอนามัยเตรียมทำ “สมาร์ทการ์ดแม่และเด็ก” บรรจุดข้อมูลสุขภาพ-พัฒนาการครอบคลุมทุกด้าน เริ่มตั้งแต่ในท้อง ช่วยเข้าถึงบริการ กระตุ้นสร้างเด็กไทยสุขภาพดี คาดเสร็จในเดือน ส.ค.นี้

หนุนใช้สมาร์ทการ์ดแม่และเด็ก

 กระตุ้นสร้างเด็กไทยสุขภาพดี

“นโยบายและสิทธิประโยชน์เพื่อแม่และเด็กไทย” ในการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 4 “smart breastfeeding smart citizen” จัดโดยมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยในการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า นมแม่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

  • โรคให้กับทารกแรกเกิดได้จำนวนมาก ซึ่งการส่งเสริมให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะช่วยทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพลงได้และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัวใน
  • การซื้อนมผงด้วย จากนโยบายของรัฐบาล โดย นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ในเรื่องการดูแลและส่ง

เสริมสุขภาพแม่และเด็กนั้น กำลังมีการจัดทำโครงการสมาร์ทการ์ดเพื่อแม่และเด็ก เพื่อบรรจุข้อมูลสุขภาพอย่างครอบคลุมทุกด้าน โดยคาดว่าจะจัดทำแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้

“ระบบข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กในปัจจุบันยังเป็นแบบแยกส่วนและไม่มีความเชื่อมโยง ข้อมูลจะถูกเก็บไว้เฉพาะที่โรงพยาบาลที่แม่และเด็กเข้ารับบริการ แต่บัตรสมาร์ทการ์ดดังกล่าว จะบันทึกข้อมูลตั้งแต่การตั้งครรภ์ โดยจะมีข้อมูลการฝากครรภ์ การดูแลในระหว่างตั้งครรภ์ เมื่อเด็กเกิดก็จะมีข้อมูลสุขภาพทั้งแม่และเด็ก

ข้อมูลการฉีดวัคซีน การรับนมแม่ โรคประจำตัว และพัฒนาการของเด็ก ซึ่งจะมีตัวชี้วัดในหลายๆ ด้าน เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก เส้นรอบวงของหัวเด็ก

เพื่อให้ข้อมูลด้านพัฒนาการของเด็กได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การกระตุ้น ส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการที่ดี นอกจากนี้ จะมีการจัดทำคู่มือการดูแลเด็กให้มีพัฒนาการสมวัยให้กับแม่ด้วย โดยบัตรนี้จะทำให้เกิดการเข้าถึงบริการและสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชน” นพ.สราวุฒิ กล่าว

ด้าน พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกมีอัตราสูงขึ้น เป็นไปตามเป้าหมายร้อยละ 50 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวจะช่วยประหยัดเงินได้ 2-3

พันบาทต่อเดือน ทั้งนี้การผลักดันให้เรื่องห้ามการส่งเสริมการขายนมผงเด็กอ่อน (why code of marketing of breast-milk substitutes) มีความสำคัญมาก จำเป็นต้องมีการผลักดันให้เกิดเป็นกฎหมายต่อไปเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิแม่ และเด็ก จากปัจจุบันที่เป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้น